| Nuttanart's profileWhen the trap is appeari...PhotosBlogLists | Help |
When the trap is appearing in front of UJuly 05 ลืม วันนี้อยู่ดีๆ ก็นึกขึ้นมาได้ว่า ลืมเขียนถึงหนังที่ไปดูอีกเรื่องนึง อยู่ระหว่าง Star Trek กับ UP แย่เลย ไม่เคยเป็นมาก่อนเลยนะเนี้ย Terminator Salvation หนังชุดคนเหล็กนี้เป็นหนังกลุ่มที่เก่าที่สุดเท่าที่จำได้ว่าเคยดูในสมัยเด็ก สำหรับภาค 1 - 2 แต่ก็จำเนื้อหาไม่ค่อยได้แล้ว จนกระทั่งได้มีโอกาสดูภาค 3 ก็ติดใจ และพอเห็นตัวอย่างภาค 4 ก็คิดว่าคงจะไปดูให้ได้ เพราะประทับใจกับฉากจบหักมุมของภาค 3 แต่พอดูออกมาแล้วก็รู้สึกเฉยๆ พอดูได้สำหรับภาคนี้ สิ่งที่ชอบที่สุดก็คงเป็นบรรยากาศ อารมณ์ของเมืองที่ถูกหุ่นยนต์ยึดครอง แต่ส่วนอื่นๆ ทั้งเนื้อเรื่อง และความเท่ของพระเอก ไม่ประทับใจเท่าไหร่ คงแค่นี้แล้วกัน เรื่องนี้ ถือว่ามาแก้ตัว ที่ลืมไป ![]() The Conflict ช่วงนี้รู้สึกว่าเลือกหนังที่จะดูมากขึ้น คราวนี้ก็ไปดูมาสองเรื่อง
เรื่องแรกไปดูมาสักพักแล้ว แต่ที่ผ่านมาค่อนข้างยุ่ง ไม่มีเวลามาเขียนถึง
ส่วนอีกเรื่องเพิ่งไปดูกลับมาสดๆ ร้อนๆ เมื่อวานนี้นี่เอง มาเริ่มกันที่เรื่องแรกกันเลย UP เรื่องนี้คิดว่าคงไม่ต้องพูดอะไรมาก คิดว่าทุกคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดี และส่วนมากคงได้มีโอกาสรับชมกันแล้ว ในส่วนตัวแท็ปดูเรื่องนี้แล้วถึงกับน้ำตาซึมทีเดียว (ถือว่าสปอยด์หรือเปล่าเนี้ย 55) ไม่เสียแรงที่มาจาก Disney Pixar ค่ายที่แท็ปคาดหวังกับเนื้อเรื่องไว้มาก เพราะถือว่าทำ Animation ได้เนื้อเรื่องเข้มที่สุด ไม่เนื้อหาง่อยๆ เหมือน animation เจ้าอื่นๆ แน่นกว่าหนังคนแสดงหลายๆ เรื่องด้วยซ้ำ ตรงนี้ก็จะขอเล่าถึงจุดที่ชอบไม่ชอบต่างๆ ละกัน สปอยด์อย่างแน่นอน เหมาะสำหรับคนที่ดูมาแล้ว เพราะไม่งั้นคงอ่านไม่รู้เรื่อง ชอบ Partly cloudy การ์ตูนเปิดเรื่อง เพียงแค่ไม่กี่นาที แต่เนื้อหาสาระครบถ้วน จี๊ดจริงๆ โดยเนื้อหาสื่อถึง การใช้ชีวิตคู่ ที่บางครั้งอาจจะมีผิดพลาด ผิดพลั้ง ในบางเรื่องก็ไม่ดีเหมือนคู่อื่นๆ บ้าง แต่ถ้ารักกันจริง ก็ยังสามารถอยู่ร่วมกันต่อไปได้ เพียงแค่เข้าใจและยอมรับจุดด้อยของกันและกัน มองเรื่องใหญ่ให้เป็นเรื่องเล็ก มองเรื่องเล็กให้ไม่เป็นเรื่อง มองเรื่องแย่ให้เป็นเรื่องดี ก็จะสามารถอยู่ด้วยกันต่อไปได้นานเท่านานแล้ว ฉากที่ทำให้ร้องไห้ ส่วนตัวมีสองฉาก ฉากแรก ฉากเรื่องสั้นเล่าชีวิตคู่ มันเจ๋งมาก เพียงแค่ไม่กี่นาทีเช่นกัน กับการ์ตูนเงียบ แต่ทรงพลังยิ่งนัก ประเด็นที่ทำให้จี๊ดมาก คือ ฉากทุบออมสิน เมื่อมีเหตุจำเป็นต้องใช้เงิน เพราะส่วนตัวสำหรับชีวิตคู่ก็หวังเพียงแค่นั้นเอง ขอเพียงทั้งสองคนเข้าใจ ใช้ชีวิตทุกวันอย่างมีความสุข เงินมีพอบ้างไม่พอบ้างก็ถือเป็นรสชาดของชีวิต มีเงินก็เสพสุขด้วยกัน ไม่มีเงินก็ประหยัดด้วยกัน กินข้าวคลุกน้ำปลาด้วยกัน (แต่จะมีผู้หญิงคนไหน ที่จะเห็นด้วยกับเรื่องนี้มั้ยเนี้ย คงไม่มี 55) ฉากที่สอง ฉากที่พระเอก เปิดสมุดเก็บความฝันของแฟน แล้วพบว่ามีบันทึกเรื่องราวการใช้ชีวิตกับตัวเขาอยู่ พร้อมกับลงท้ายว่า ขอบคุณที่ผจญภัยด้วยกันมา จากนี้ขอให้เธอออกผจญภัยต่อไปนะ (เนื้อหาคงผิดเพี้ยน) เหตุที่ชอบเพราะ แฟนของพระเอกให้น้ำหนักกับการใช้ชีวิตร่วมกับพระเอก สูงกว่าความฝันในชีวิตของตัวเองอีก ถือว่าเป็นความสุขที่สุดที่ต้องการในชีวิตแล้ว ตรงนี้อยากฝากไปถึง คนที่ทำงาน เรียน หรือทุ่มเทอะไรหนักๆ อยู่ อยากให้ลองคิดว่าสุดท้ายแล้วเราทำสิ่งนี้เพื่ออะไร สุดท้าย ถ้าเราทำสิ่งพวกนี้สำเร็จแล้วเนี้ย ชีวิตเราจะถือว่ามีความสุขแล้วหรือ ส่วนตัวแท็ปใช้ชีวิตโดยคิดว่า การที่เราเกิดมามีเวลาคนละ 24 ชั่วโมงเนี้ย จุดมุ่งหมายคือเพื่อสร้างสรรค์ ความสุขให้แก่ชีวิตมากที่สุด ถ้าต้องทนกับความทุกข์แสนสาหัสในวันนี้ เพื่อความสุขในวันพรุ่งนี้ ไม่ใช่สไตล์แท็ปซักเท่าไหร่ ฝากไว้ด้วยแล้วกัน วันสุดท้ายที่เราประสบความสำเร็จ ถ้าไม่มีใครอยู่ข้างๆ คงไม่มีความหมายอะไรเลย ชักออกทะเลแหะ มาถึงจุดที่ไม่ชอบกันบ้าง ไม่ชอบ ช่วงที่ผจญภัยในป่า ไม่รู้ทำไม แต่ไม่สนุก เรื่องไม่ชอบก็มีแค่นี้แหละ อีกเรื่องนึงที่อยากเล่าถึง คือ ตอนนี้หลังจากดู Animation มาหลายเรื่อง แค่เห็นหน้าตาผู้ร้ายตอนต้นเรื่อง ก็รู้ละว่าผู้ร้ายชัวๆ หน้าตาบ่งบอกมากๆ เก่งจริงๆ สำหรับคนออกแบบตัวละคร หมดเขตสปอยด์ ![]() สำหรับเรื่อง UP คงจบแค่นี้ มาถึงเรื่องต่อไป ที่เพิ่งไปดูมาสดๆ ร้อนๆ กันบ้าง Departures เรื่องนี้เป็นเจ้าของรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมในปีที่ผ่านมา เป็นเรื่องราวของชายที่ผันตัวจากความฝัน การเป็นนักดนตรีเชลโล่ (ที่ไม่เก่ง) ไปสู่อาชีพคนทำศพ ตอนที่จะไปดูก็คิดว่าหนังคงเป็น theme หม่นๆ เห็นเกี่ยวกับศพ เกี่ยวกับการทำศพ แต่พอดูมาแล้วไม่ใช่เลย ตัวหนังค่อนข้างดูสบาย ให้เนื้อหาเป็นตัวดึงอารมณ์ด้วยตัวมันเอง มีมุกตลกแฝงด้วยปะปราย ค่อนข้างชอบทีเดียว จะเล่ายังไงดี เอาเป็นว่าเล่าถึงจุดที่โดนใจละกัน คือ อาชีพของพระเอกเนี้ย คือ อาชีพแต่งตัวแต่งหน้าศพก่อนจะนำลงโลง ซึ่งใครที่ไม่เคยเห็นพิธีนี้ ก็จะไม่เข้าใจ หาว่าทำมาหากินกับศพบ้าง งานสกปรกบ้าง แม้กระทั่งแฟนของพระเอกที่รักกันมากเองก็ตาม แต่สุดท้ายใครที่ได้เห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นศพญาติของตัวเองแล้วหละก็ จะต้องทราบซึ้งและขอบคุณสำหรับการทำศพนี้กันทุกคน เพราะเค้าจะแต่งศพให้ดูดีมากๆ ต่อหน้าญาติ โดยเริ่มไปตั้งแต่เช็ดตัวให้ศพ เปลี่ยนชุดสวยๆ ให้แก่ศพ (ทั้งหมดมีขั้นตอนการทำอย่างดี ไม่ให้เปิดเผยผิวกายศพ) ไปจนถึงการแต่งหน้า มันทำให้ศพดูเหมือนกลับมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้งเพื่อให้ญาติๆ ได้บอกลาเป็นครั้งสุดท้าย สาเหตุที่โดนใจจุดนี้ คือ ช่วงแรกที่พระเอกทำงาน โดนแรกกดดันจากคนรอบข้าง ทั้งแฟนที่รักกันมาก ไม่เข้าใจบังคับให้เลิก ถึงขั้นหนีไป เพื่อนที่มาพูดจากเหยียดหยันว่าให้เลือกอาชีพให้ดีๆ หน่อย แต่เขารู้ว่าสิ่งที่เขาทำเป็นสิ่งที่ดี สิ่งที่ถูกต้อง เขาจึงยืนยันทำมันต่อไป และสุดท้ายก็ได้ แสดงให้ทุกๆ คนเห็นและเข้าใจ ชอบตรงจุดนี้จริงๆ สำหรับเรื่องนี้ก็คงประมาณนี้หละกัน คงเชียร์ให้ไปดูกันเอง ที่โรงเครือ Apex ![]() ![]() พอเขียนมาถึงจุดนี้อยู่ดีๆ ก็นึกได้ว่า จุดที่เราอธิบายว่าหนังสองเรื่องนี้เราชอบอะไรเนี้ย กลายเป็นความมันขัดกัน เรื่องนึงเราบอกว่าอย่าทำตามความฝันจนลืมคนรอบข้าง อีกเรื่องนึงเราบอกว่าให้มั่นใจและมั่นคง ถ้าคิดว่าทำสิ่งที่ดีที่ถูกแล้ว ไม่ต้องสนใจคนรอบข้าง 55 ก็แปลกดีนะ แต่นี่แหละชีวิตคน ไม่มีอะไรตายตัว สถานการณ์หนึ่งเราเลือกที่จะทำ จะตัดสินใจอย่างนึง อีกสถานการณ์หนึ่ง ที่มีบริบทเหมือนกัน เราอาจจะไม่ตัดสินใจเหมือนเดิมก็ได้ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้คนยังแตกต่างกับคอมพิวเตอร์อยู่นั่นเอง วันนี้คงหมดแค่นี้แหละครับ สวัสดีครับ June 23 เป็นหวัด ไปหาหมอ หมอบอกว่า "มาทำไม" เมื่อวานมีไข้ตั้งแต่บ่าย ถ่ายเหลว 1 ครั้ง มีไข้จนถึงดึก ก่อนนอนเลยทานพาราเซตามอลไป 2 เม็ด ไข้ก็ลด วันนี้ตื่นเช้าไปทำงาน รู้สึกรุมๆ นิดหน่อยตอนสายๆ มีน้ำมูกเล็กน้อย และก็ปวดเมื่อร่างกายเล็กน้อย จากอาการทั้งหมด ถึงแม้แต่ละอย่างจะเล็กน้อย แต่เกือบครบอาการของไข้หวัด 2009 ขาดเพียงแต่อาเจียน เลยตัดสินใจลางานบ่ายไปหาหมอ พอพบหมอๆ ถามว่าเป็นอะไร ก็เลยพยายามเล่าอาการอย่างละเอียดที่สุด หมอตอบกลับมาว่า "เป็นแค่นี้คุณไม่ต้องมาหรอก" ผมก็บอกไปว่า ผมทำงานอยู่ในอ๊อฟฟิศ ผมกลัวจะแพร่เชื้อให้คนอื่น ถ้าผมเป็นจริง ผมก็จะลางาน หยุดรักษาตัวให้หายก่อน "ไปทำงานเถอะ ถ้าคนทุกคนในประเทศคิดเหมือนคุณ ประเทศก็ล่มจมละ ไม่ต้องทำอะไรกันพอดี" "จริงๆ อาการแบบนี้คุณไม่ต้องรับยานะ หรือว่าคุณจะเอา" ผมก็บอกหมอไปว่า ไม่ต้องหรอกครับ ผมแค่ต้องการคอนเฟิร์มว่าผมเป็นหรือไม่เป็น จะได้ตัดสินใจว่าจะไปทำงานหรือไม่ "ผมตอบคุณไม่ได้หรอกว่าเป็นหรือไม่" (ข้อความนี้อาจจะผิดเพี้ยนเพราะจำไม่ได้ 100% แต่เนื้อความประมาณนี้) ----- ผมรู้ตัวครับว่าผมไม่ได้เป็นหนัก แต่ผมไม่อยากเป็นคนแพร่เชื้อที่แฝงอยู่ในชุมชน คอยแพร่เชื้อให้คนอื่นๆ ในชุมชน ใครจะไปรู้ ผมอาจจะรับเชื้อแล้วร่างกายผมทนได้ แต่คนที่รับเชื้อไปจากผม เค้าอาจจะเป็นหนักก็ได้ คุณหมอว่าถ้าทุกคนคิดลางานเหมือนผม ประเทศชาติคงล่มจม คุณหมอลองคิดดูนะครับว่า กรณีแรก ผมเป็นหนึ่งคน ผมลางานหนึ่งคน งานหยุดเดินที่ส่วน กรณีที่สอง ผมเป็นหนึ่งคน ผมไปทำงาน แพร่เชื้อให้คนอีก 20 คน ติดเชื้อกันหมด งานเสีย 20 ส่วน ถ้าคนที่รับเชื้อ ไม่รีบรู้ตัวเองว่าตัวเองเป็น และรักษาตัวไม่ให้นำเชื้อไปแพร่แก่คนอื่น แล้วโรคมันจะหยุดระบาดได้อย่างไรครับ มันต่างอะไรกับคนที่เป็นโรคเอดส์ แล้วไปมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่นหรือ ถ้ามองในแง่คุณหมอ ก็คงพอเข้าใจได้บ้าง ว่าคงคิดว่าผมเป็นพวกตื่นตูมตามข่าว กลัวตาย พอเป็นอะไรนิดหน่อยก็โวยวาย หรือไม่ก็จะหาเรื่องอู้หยุดงาน แต่คุณหมอครับ ถึงแม้อาการจะไม่แรง แต่ติดเชื้อก็คือติดเชื้อนะครับ แพร่เชื้อได้นะครับ ก่อนจะขอตัวไปนอนพัก อีกเรื่องนึงที่อยากจะฝากถึงทุกๆ คน หยุดตัดสินคนอื่นทั้งๆ ที่คุณยังไม่รู้จักเค้าดีพอเถอะครับ June 02 เรื่องราวของคนที่ทำ ขายตรง แล้วชีวิตล้มเหลวอุทาหรณ์จาก MLMเอามาให้อ่านกัน และเผื่อจะส่งต่อให้คนรู้จักได้อ่านด้วยเค้าไม่ได้ฟันธงว่ามันไม่ดี แต่เค้าแค่เล่าสิ่งที่เค้าเจอสิ่งที่เค้าทำมา และมีข้อคิดสอนอยู่ด้วย จาก web ของพี่วีน เอาไปให้คนอื่นอ่านอย่าลืมให้ credit เค้าด้วยหละ มี CC-BY อยู่นะ May 17 Apply for a new Trekkieช่วงนี้ค่อยๆ เก็บหนังไปเรื่อยๆ อาทิตย์นี้ถึงคราวของเรื่องนี้ Star Trek แรกเริ่มเดิมที่ ตั้งใจว่าจะไม่ไปดู จากการที่ได้เห็น Trailer ระหว่างที่ไปนั่งดู ม.3 ปี4 แล้วรู้สึกไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แต่สุดท้ายก็อยากดูมาก feedback ในด้านต่างๆ มาดีทีเดียว ทั้งคะแนนที่ค่อนข้างสูงใน imdb, การ recommend ของ teerapap และการให้สองนิ้วโป้งของคุณผมอยู่ข้างหลังคุณ โดยก่อนหน้านี้ ไม่เคยดู series ชุดนี้เลย ไม่ว่าจะเป็นเวอร์ชั่นใดๆ ก็ตาม (หรืออาจจะเคยดูแต่มันไม่ได้อยู่ในสมองแล้วตอนนี้) และผลจากการไปดูออกมาแล้ว ชอบมากๆๆๆ เนื้อเรื่องตื่นเต้น น่าสนใจตลอดเรื่อง, เอฟเฟกค์ ยานต่างๆ ดูสมจริงมากๆ ไม่หลอก ไม่เหมือนการ์ตูน ไม่เหมือนของเด็กเล่น แต่มีจุดที่ขัดใจอยู่เล็กน้อย คือ รู้สึกว่าพระเอกของเราจะเก่งเร็วเกินไปหน่อย เนื้อเรื่องขาดน้ำหนักในการปูพื้นประวัติของพระเอกของเราไปหน่อย แต่อย่างไรก็ตาม ภาคต่อ ไม่พลาดแน่ครับ ![]() ![]() ![]() May 10 Central World - สวนลุมพินีบล๊อกวันนี้ไม่มีอะไรมา จดผลการหาข้อมูลเฉยๆ ว่า รถเมย์สายที่วิ่งผ่าน Central World, บิ๊กซี ราชดำริ แล้วตรงผ่านแยกราชประสงค์ (พระพรหม) ไปถึงสวนลุมพินีได้ มีดังต่อไปนี้ 14, 504, 514 แค่นี้แหละ May 02 มีชีวิตอยู่ ก็ใช้ชีวิตไป 555 ห่างหายจากการอัพเดต blog ไปนานพอสมควรเลย เพราะว่าไม่ได้ดูหนังเลย เพราะมันไม่มีหนังน่าดูให้ดูเลยย แต่หลังจากนี้เป็นต้นไป รู้สึกจะเริ่มเข้ามาเป็นชุดละ ทำไมไม่แบ่งๆ กันเข้าหน่อยห๊ะ และแน่นอน วันนี้ก็มีเรื่องนึงที่ไปดูมาๆ เล่าให้ฟัง Mor 3 Pee 4 (ม.3 ปี 4 เรารักนาย) ยอมรับว่าสนใจเรื่องนี้มากๆ ก็เพราะโฆษณาในรายการวู้ดดี้เกิดมาคุย ว่าเป็นผู้กำกับ Sex phone กับ รักจัง แล้วก็เป็นผู้กำกับแสงในรายการ IDNA (รายการแรกของวู้ดดี้) ด้วย ก็เลยสนใจ บวกกับเป็นเรื่องๆ รักๆ หนุ่มสาวๆ เหมาะแก่การไปดูกับคนรู้ใจ แต่วันก่อนไปดูก็แอบหวั่น เพราะเพิ่งนึกได้ว่า RS นี่หน่า RS บางเรื่องก็ทำได้ดีนะ แต่บางเรื่องก็ไม่ค่อยไหว ก็เลยทำใจเผื่อไว้นิดหน่อย แล้วก็ไปดู ผลออกมาใช้ได้ทีเดียว ถึงแม้ตัวบทจะอ่อนไปบ้าง และความสมจริงในบางจุดจะน้อยไปหน่อย แต่วัดจากความสุขที่ได้รับจากการดูถือว่าผ่านฉลุย ช่วงครึ่งเรื่องแรก ขำแบบดูไปยิ้มไปตลอดเลย ส่วนครึ่งหลังรู้สึกยังไม่ค่อยเนียนเท่าไหร่ แต่ก็มีเนื้อหาของฉากนึง ที่ทำให้ส่วนครึ่งหลังของหนังเรื่องนี้ได้ใจของแท็ปไปด้วยเลย ซึ่งต้องสปอยด์กันหน่อย ========== เนื้อหาด้านล่างต่อไปนี้เปิดเผยเนื้อหาส่วนสำคัญบางส่วนของหนัง ============ ครอบครัวนางเอก ปกติมีอยู่ 3 คน แม่ นางเอก และน้องนางเอก เนื่องจากไม่มีพ่อแล้ว ทั้งสามคนจึงรักกันมาก แต่เรื่องก็ดำเนินมาถึงส่วนที่น้องนางเอกต้องตาย ด้วยอุบัติเหตุรถคว่ำ จากสาเหตุที่นางเอกไม่ยอมซ่อมที่ปัดน้ำฝน ทำให้นางเอก เพ้อถึงน้องสาวตัวเอง วิ่งออกไปตามน้องตัวเองข้างนอกบ้าน พอกลับมา เห็นแม่นั่งร้องไห้อยู่จึงถามแม่ว่าเป็นอะไร แม่บอกว่า ที่ผ่านมาในชีวิต เธอเสียใจมากที่สุด 2 ครั้ง ครั้งแรกตอนที่พ่อเสีย ครั้งที่สองตอนที่น้องเสีย แล้วนี่แม่จะมาเสียนางเอกไปอีกคน (เสียสติเพราะมัวแต่เสียใจเรื่องน้อง) แล้วจะให้แม่ทำอย่างไร ตรงจุดนี้แหละที่แท็ปชอบ คนเราทั่วไป จะชอบยึดติด โศกเศร้ากับการสูญเสียบุคคลที่ตนรัก เป็นเวลานาน จนบางครั้งมีผลเสียต่อชีวิตของตน ซึ่งส่วนตัวแล้วแท็ปคิดว่า เป็นหน้าที่ของบุคคลที่อยู่ที่จะต้องทำใจให้เร็วที่สุด และมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้ คนที่เรารักที่จากไปนั้น เค้าคงไม่อยากเห็นเราในสภาพแบบนี้หรอก เราต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป ทำมันให้ดี ทำเผื่อคนที่เรารักที่เค้าต้องจากไปไม่มีโอกาสได้ทำด้วย =================================================== สรุปว่า ไปดูความน่ารักของนักแสดงนำ เนื้อหาขำๆ กุ๊กกิ๊กๆ ถ้าไม่คิดมากว่าต้องดูหนังคุณภาพคับถ้วยเท่านั้น ก็ไปดูกันได้ครับ ปล. เพลงประกอบเปิดในเรื่องบ่อยมาก จนเพราะเลย เหอะๆ ![]() March 26 Creative Commons ที่ผ่านมาส่วนตัวผมก็ยังไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับมันเท่าไหร่ เท่าที่ทราบก่อนหน้านี้ คร่าวๆ คือ เป็นป้ายที่เจ้าของผลงานแป๊ะเอาไว้เพื่อบอกว่าสามารถนำผลงานของเค้าไปใช้ได้ ตามสัญลักษณ์ที่ระบุในป้าย แต่อีกไม่กี่วันนี้ Creative Commons ของประเทศไทย ในชื่อภาษาไทยว่า "สัญญาอนุญาตใช้งานสร้างสรรค์เสรี" หรือ "สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์" จะเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งหมายความว่าจะมีผลตามกฏหมายของไทยด้วย จึงถึงเวลาซะทีที่เราน่าจะทำความเข้าใจกับมัน ซึ่งผมมีโอกาสเห็น video clip อธิบายถึงสัญญานี้ ซึ่ง ทำโดยรายการ แบไต๋ไฮเทค ดูแล้วเข้าใจง่าย และสนุกมาก ไม่น่าเบื่อ แม้กระทั่งผู้ที่แหยงๆ เทคโนโลยี ก็น่าจะดูได้รู้เรื่องไม่ยาก จึงนำมาช่วยกันโปรโมทอีกแรงผ่าน blog ของผมนี้ หวังว่า Creative Commons นี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่ทำให้คนไทย ตะหนักถึงเรื่องลิขสิทธิ์กันมากขึ้น เพื่อให้คนสร้างสรรค์ ได้มีกำลังใจ และแรงเงิน ที่จะพัฒนาสิ่งดีๆ และเราจะได้มีโอกาสเห็น นวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ จากคนไทยมากๆ ขึ้นในอนาคต เพิ่มเติมได้ที่ ครีเอทีฟคอมมอนส์ประเทศไทย March 19 หงุดหงิดมาก โดนตำรวจจับ วันนี้มีเรื่องจะมาเล่าให้ฟัง เริ่มต้นด้วยแท็ปออกไปนอกบ้านทำธุระให้พ่อ โดยการขี่มอไซด์ออกไป แน่นอนใส่หมวกกันน็อก ขณะที่แท็ปทำธุระเสร็จพอดี และกำลังจะกลับบ้าน น้องสาวแท็ป ซึ่งเรียนหนังสือเสร็จ โทรมาให้ไปรับ ด้วยความที่ตอนออกจากบ้านนั้น เห็นตำรวจจราจรดักจับคนอยู่ หลายเส้นทางมาก ไม่สามารถหลบเลี่ยงได้แน่นอน จึงบอกน้องว่าเดี๋ยวจะไปเปลี่ยนเป็นรถยนต์มาจากแม่ เนื่องจากถ้าไปรับน้องแล้วน้องไม่มีหมวกกันน็อกเดี๋ยวจะโดนจับ หลังจากเปลี่ยนเป็นรถยนต์จากแม่แล้ว แท็ปก็ขับไปรับน้อง ขณะกำลังพาน้องกลับบ้านนั้น ผ่านด่านตำรวจ และถูกตำรวจเรียก ในใจคิดว่า "เห้ย ไม่ได้ทำไรผิดนี่ สุ่มเรียกกันอย่างนี้เลยหรอ แต่ไม่เป็นไร มีใบขับขี่" พอเปิดหน้าต่างออก ก็ตามสูตร คุณตำรวจขอตรวจใบขับขี่ เราก็หยิบให้ไป แล้วเค้าก็บอกว่า :คุณฝ่าไฟแดงครับ จุดที่คุณเลี้ยวซ้ายมา ต้องรอสัญญาณไฟ" ตึ้งงงง ก็จริง เถียงไม่ออก แต่ขับด้วยความเคยชินว่าเลี้ยวซ้าย แยกเล็กๆ พอรถว่างก็เลี้ยวสิ และก็จำได้ด้วยว่าตรงนั้นเคยมีป้ายเลี้ยวซ้ายผ่านตลอด แต่ก็รู้ว่าเค้าเอาออกไปแล้ว คุณตำรวจคนนั้นก็ยึดใบขับขี่ไป แล้วเขียนใบสั่งให้ไปจ่ายตัง ที่โต๊ะปรับ ซึ่งมาตั้งปรับถึงที่ อยู่ข้างถนนบริเวณนั้น เอาใบสั่งไปยื่น เค้าเขียนให้ชำระค่าปรับ 400 เปิดกระเป๋าตังออกมา มีอยู่ 370 บาท ก็บอกคุณตำรวจที่เขียนบิลคนนั้นไปว่า "ตังไม่พอคับ มีแค่ 370" เค้าก็เขียนให้ใหม่เป็น 200 เราก็จ่ายตังไป รับบิลมา แล้วเอาไปให้กับคุณตำรวจที่เป็นคนเรียก เค้าก็ให้ใบขับขี่เรากลับคืนมา พร้อมเตือนอีกว่า "จะเลี้ยวรอสัญญาณหน่อยนะครับ" (ขอบคุณนะ -*-) เรื่องราวก็จบแค่นี้ เสียตังไป 200 อย่างหน้าโง่ที่สุด หลังจากนั้นแล้วรู้สึกหงุดหงิดมาก ไม่ได้หงุดหงิดคุณตำรวจหรอก ใกล้เปิดเทอมแล้วเค้าก็ต้องหาค่าเทอมให้ลูก แต่หงุดหงิดตัวเองที่อุตส่าห์ไปเปลี่ยนรถ เพื่อไม่ให้โดนจับแล้วนะ ยังจะอุตส่าห์โดน รู้งี้ขับมอไซด์ไม่ใส่หมวกกันน็อกคนซ้อน จะเสียค่าปรับน้อยกว่าหรือเปล่าก็ไม่รู้ เห้ออออ March 14 ดูพวกมัน (ทำ) ชั่งใจอยู่นาน ว่าจะไปดูเรื่องต่อไปนี้หรือไม่ เพราะช่วงนี้รายจ่ายค่อนข้างเยอะแล้ว ใช้การคิดว่าถ้าไม่ได้ดูเรื่องนี้จะเสียดายมั้ย หลังจากดูแล้วได้คำตอบว่า ถ้าไม่ได้ดูคงเสียดายมาก Watchmen เป็นเรื่องราวหลังสงครามโลกครั้งที่สอง (citation needed :D) ซึ่งเหล่า super hero ที่เคยช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด ถูกมองว่าอยู่เหนือกฎหมาย และถูกออกกฏหมายห้ามพวกเค้าเหล่านี้ปฏิบัติงานเหมือนอย่างเคย และจู่ๆ หนึ่งใน Watchmen ถูกฆาตกรรม ซึ่งเป็นเบาะแสว่ากำลังมีคนไล่เก็บพวกเขาทีละคนๆ หนังค่อนข้างเนิบๆ ในบางจุด มีฉากรุนแรงหลายๆ ฉากซึ่งไม่เหมาะสำหรับเด็กดูเป็นอย่างยิ่ง เช่น หักแขนขาด มีดเฉาะหัว เลื่อยแขนขาด ฯลฯ ทั้งหนังยังอิงกับเรื่องประวัติศาสตร์ช่วงสงครามด้วย คิดว่าถ้ารู้เรื่องช่วงนั้นเป็นอย่างดีคงได้อรรถรสขึ้นอีก แต่ถ้าคนไม่รู้แล้วหละก็คงคิดว่าเป็นฉากหลังของหนังเฉยๆ ไม่มีประเด็นอะไร บางครั้งตัวละครก็พูดกันเป็นสำนวน คนแปลก็แปลเป็นสำนวนอีก ทำให้เข้าใจยากพอควร แถมหนังยังยาวกว่า 160 นาที ทำให้คนลุกไปเข้าห้องน้ำระหว่างเรื่องกันเยอะทีเดียว เหตุผลทั้งหลายเหล่านี้อาจทำให้หลายๆ คนอาจจะไม่ชอบหนังเรื่องนี้ แต่ส่วนตัวผมรู้สึกชอบทีเดียว ชอบการวางเรื่องแบบแนวสืบสวนสอบสวนที่ทำได้น่าติดตาม ปูพื้นถึงตัวละครได้ดี ชี้ถึงประเด็นที่ทุกคนรู้แต่มักจะไม่ใส่ใจ คือ คนทุกคนมีทั้งดีและชั่วอยู่ในตัวเอง สิ่งต่างๆ เหล่านั้นเกิดเพราะเรามีความรู้สึก เพราะฉะนั้นคงหลีกเลี่ยงมันไม่ได้ และสุดท้ายที่ชอบที่สุดคือ บทสรุปของหนัง ทำได้เจ็บแสบดีแท้ ดังที่จะเขียนในส่วนสปอยด์ด้านล่างต่อไปนี้ ====================== Spoil Alert !!!========================= ฉากจบหลังจากผู้ที่อยู่เบื้องหลังทุกอย่างปรากฎตัวแล้ว คือ หนึ่งใน hero กลุ่ม Watchmen นั่นเอง ซึ่งเขามีแผนการที่จะใช้ระเบิดทำลายหัวเมืองสำคัญของโลก แล้วป้ายความผิดให้แก่ Watchmen อีกคน ฟังดูแล้วก็เป็นวิธีการของผู้ร้ายทั่วไปดีๆ คนหนึ่ง แต่ความเจ็บแสบอยู่ตรงที่ หลังจากแผนการของเขาสำเร็จแล้ว กลายเป็นว่า USA และ USSR เลิกแผนการที่จะรบกันด้วยอาวุธนิวเคลียร์เพื่อที่จะมาต่อต้านกับ Watchmen ผู้ซึ่งถูกใส่ร้ายนั้น ซึ่งถ้าดูที่ผลการกระทำแล้ว เป็นสิ่งที่ Watchmen ทุกคนต้องการ คือ หยุดสงคราม ในเมื่อระเบิดก็ระเบิดไปแล้ว คนก็ตายไปแล้ว Watchmen ทั้งหลายจึงตัดสินใจ เก็บความลับนั้นไว้ ส่วน Watchmen ผู้ถูกใส่ร้ายนั้น ก็ท่องเที่ยวหนีออกไปใช้ชีวิตคนเดียวนอก กาแลกซี่ ======================================================= สรุปแล้ว ส่วนตัวโอเคกับเรื่องรวมๆ และชอบบทสรุปของหนังมาก เรื่องนี้แนะนำสำหรับคอหนังเนื้อหาหนักๆ เท่านั้น ![]() |
|
||||
|
|